วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2550
หวัดดีจ้า ... วันนี้มีนัด ฮ่า ฮ่า ได้ไปถ่ายรูปอีกแย้ว ก็ตั้งใจจะไปตลาดร้อยปี อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี กัน โห ตื่นเต้นซะไม่มี เพราะอะไรหน่ะเหรอ อิอิ ไม่มีไรหรอก ก็ตลาดเก่า ๆ ของกินเยอะ ๆ อร่อย ๆ ทั้งนั้น ก็นั่งดูข้อมูล, ภาพ ที่เพื่อน ๆ ไปสัมผัสกันมา ไม่ได้การซะแล้ว ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองซักหน่อยอ่ะ นัดเดิ้ลกะไก่ไว้ที่หน้ากองสลาก คือ ต้องไปขึ้นรถตู้แถวๆ นั้นแหล่ะ ดูและถามให้ดีนะ ว่ารถที่ไปตลาดสามชุกหน่ะวินไหน มีหลายวินนะ จะบอกให้
..... นั่งดูวิวทิวทัศน์ข้างทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงตลาดร้อยปี สามชุก แย้ว อากาศร้อนใช้ได้ (ไม่ท้อหรอก) ที่ตลาดจะมี 4 ซอยนะ แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยประกาศ ความเป็นไปของตลาดว่าวันนี้มีอะไรน่าสนใจ ก็ดีค่ะ ไม่เหงาดี แล้ววันนี้เค้าก็ประกาศว่า ร้านศิลป์ธรรมชาติปิดอ่ะ โฮ เลยอ่ะ เพราะแบบว่าตั้งใจมากจะมาดูที่ร้านนี้(ออกทีวีบ่อยมาก) แต่ไม่เป็นไร ไว้มาคราวหน้าก็ได้
..... เราเริ่มกันที่ซอย 1 ก่อนเลย วันนี้ผู้คนก็มากมายพอดู พอให้คึกคัก

...... ป้ายเลยค่ะ ป้าย ถ่ายป้ายกันก่อนเลย เท่ซะ แล้วพลันสายตาก็ประสบพบ ร้านกาแฟค่ะ ที่ใครมาถึงตลาดร้อยปีแล้ว ต้องมานั่งค่ะ ที่นี่เค้าคั่วกาแฟกันเองค่ะ และดูท่าจะเป็นสภากาแฟด้วยค่ะ ร้านขนมนมเนย อยู่ข้างร้านเพียบเลย นั่งจิบกาแฟไป ดูผู้คนไป ปล่อยอารมณ์ซักพัก สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยหล่ะ นั่งอยู่นานมาก อ้อ ชื่อร้านกาแฟท่าเรือส่ง ขอบอก เด็ดค่ะ

ที่ซอย 1 ก็จะมี ร้านกาแฟท่าเรือส่ง แล้วก็เดินเลยไปหน่อยก็จะเป็นร้าน หรั่งศรีโรจน์ อยู่ริมน้ำจ้ะ ที่มีก๋วยเตี๋ยวยำบก และ ข้าวห่อใบบัว แสนอร่อยจ้า (เราแวะไปที่ร้านกันตอนบ่ายอ่ะ)
......หลังจากคลายร้อนทั้งใจและกายแล้ว ก็เดินต่อเลยค่ะ เข้าสู่ซอยที่ 2 เลยจ้า เมื่อเลี้ยวโค้งเข้าซอย 2 ก็จะพบกับนี่เลย พิพิธภัณฑ์มีชีวา ฮ่า ฮ่า พิพิธภัณฑ์ขุนจำนงจีนารักษ์ ไง

(อาคารเก่าแก่ในชุมชนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวาเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่คนรุ่นหลัง ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนและท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนจ้ะ) ก็เข้าไปสัมผัสกันเลย มีมัคคุเทศก์น้อยคอยบอกเล่าเรื่องราวให้เราได้ทราบความเป็นมา ก็ดีค่ะ ตอนนี้ก็ต้องเดินตามน้อง ๆ ไปก่อน แล้วค่อยเก็บภาพกัน แวะดูโปสการ์ดกันที่หน้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อเขียนส่งให้ตัวเอง ฮ่า ฮ่า
..... ยังไม่หิวก็เดินกันต่อเลย นั่นที่ว่าการอำเภอสามชุก วันนี้โล่งเชียวแหล่ะ ธรรมดานะที่ตรงนี้จะใช้สำหรับ

ทำกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะมีคนเยอะมาก วันนี้จังหวะดี ไม่ไม่ใครเลย เข้าไปทำเท่ห์ดีกว่า
..... เริ่มหิวแล้วอ่ะ หาของกินดีกว่า เรายังอยู่กันในซอยที่ 2 นะ ตอนแรกว่าจะออกไปกินบะหมี่เจ๊กอ้าว ซึ่งลือกันนักหนาว่าอร่อยมาก แต่ก็เห็นข้าวหน้าเป็ด ติ่มซำ ร้านหัวฟูหยอง ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า แล้วร้านก็น่านั่ง หาอะไรลงท้องกันหน่อยดีกว่า ร้านนี้แหล่ะ อร่อยเหมือนกันแฮะ หม่ำซะพุงกางเลย เจ้าของร้านหัวฟูอย่างชื่อจริง ๆ แหล่ะ

.....พออิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ ลุยกันต่อ ก็ยังอยู่ที่ซอย 2 นะเนี่ย ขอบอก ซอย 2 เนี่ยคึกคักดี เดินไปอีกนิดก็เจอ บ้านโค้กค่ะ

ใคร love Coke ก็น่าจะอยู่ร้านนี้นานหน่อย บ้านโค้ก จะมี 2 ชั้น นะ ที่นี่ก็บริการส่ง postcard ให้ด้วยค่ะ เจ้าของร้านชื่อ พี่วิทย์ อัธยาศัยดีมาก ๆ ค่ะ ก็กรี๊ดกันไปพักใหญ่
..... ที่ติด ๆ กัน ก็โรงแรมค่ะ โรงแรมเก่าแก่ไม่ได้เปิดให้เข้าพักแล้ว มีที่นั่งคุย กินกาแฟ ชื่อว่า โรงแรมอุดมโชค

ข้างล่างก็พอได้ แต่ข้างบนนี่สิ โห สุดยอด ลงดีกว่า แหะ แหะ ที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะดีอ่ะ ได้รู้จักกับคุณครูสอนภาษาอังกฤษ ชาวอเมริกัน ชื่อคุณแรนดี้ นั่งส่งภาษากันยกใหญ่ พี่แกพูดไทยเก่งจังเลย อยู่แค่ 3 ปี เอง คุยกันซะนานเลย จบ ซอย 2 แย้วหล่ะ ไปต่อกันซอย 3 เลยเน้อ
..... ซอย 3 ก็นี่เลย ร้านขายยาฮกอันโอสถสถาน มีคุณป้าคอยเล่าเรื่องราวความเก่าแก่ และขายยาโบราณ

ซึ่งมีเยอะมาก และก็ยังมีคนซื้อใช้อยู่ (ของเค้าดีจิง ๆ ครั้งที่ 2 เราไปซื้อสบู่ถ่านผงมาใช้ สุดยอด มีหลายกลิ่นด้วยหล่ะ) คุณป้าเชิญชวนให้ถ่ายรูปได้ ก็เมามันส์กันเลย นั่งคุยกันอยู่ที่นี่นานเหมือนกันแหล่ะ แล้วก็ยังมีความหวังว่า เจ้าของร้านศิลป์ธรรมชาติจะกลับมาจากไปโบสถ์แล้ว แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะว่าเค้าไปงานศพต่อ ฮ่า ฮ่า คงต้องมาคราวหน้าจริง ๆ (แต่ขอบอกไปรอบ 2 ก็โดนงานศพอีกหล่ะ อิอิ )

แต่เจ้าของร้านใจดี จัดหน้าร้านซะกิ๊บเก๋ ก็แอ็คท่ากันหน้าร้านนั่นแหล่ะ
. ส่วนซอย 4 มีไรหล่ะ เอ่ ก็มีร้านหลากหลายสินค้าให้เลือกชม ก็น่าจะหมดแล้วหล่ะ
....... สุดท้ายเราก็ไปไหว้เจ้าที่ศาลเจ้า และก็เดินหาของกิน อ้อ เราไปนั่งเล่นที่ร้านหรั่งศรีโรจน์ที่ซอย 1 อ่ะ กินก๋วยเตี๋ยวยำบกและข้าวห่อใบบัว และคุยกะพี่เจ้าของร้านที่พอจะมีเวลามายืนคุยกะเรา เพราะบ่ายมากแล้ว คนก็น้อยลง ขายดีจริง ๆ เลย

edit @ 2007/06/27 17:02:29