2007/Jun/26

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2550

หวัดดีจ้า ... วันนี้มีนัด ฮ่า ฮ่า ได้ไปถ่ายรูปอีกแย้ว ก็ตั้งใจจะไปตลาดร้อยปี อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี กัน โห ตื่นเต้นซะไม่มี เพราะอะไรหน่ะเหรอ อิอิ ไม่มีไรหรอก ก็ตลาดเก่า ๆ ของกินเยอะ ๆ อร่อย ๆ ทั้งนั้น ก็นั่งดูข้อมูล, ภาพ ที่เพื่อน ๆ ไปสัมผัสกันมา ไม่ได้การซะแล้ว ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองซักหน่อยอ่ะ นัดเดิ้ลกะไก่ไว้ที่หน้ากองสลาก คือ ต้องไปขึ้นรถตู้แถวๆ นั้นแหล่ะ ดูและถามให้ดีนะ ว่ารถที่ไปตลาดสามชุกหน่ะวินไหน มีหลายวินนะ จะบอกให้

..... นั่งดูวิวทิวทัศน์ข้างทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงตลาดร้อยปี สามชุก แย้ว อากาศร้อนใช้ได้ (ไม่ท้อหรอก) ที่ตลาดจะมี 4 ซอยนะ แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยประกาศ ความเป็นไปของตลาดว่าวันนี้มีอะไรน่าสนใจ ก็ดีค่ะ ไม่เหงาดี แล้ววันนี้เค้าก็ประกาศว่า ร้านศิลป์ธรรมชาติปิดอ่ะ โฮ เลยอ่ะ เพราะแบบว่าตั้งใจมากจะมาดูที่ร้านนี้(ออกทีวีบ่อยมาก) แต่ไม่เป็นไร ไว้มาคราวหน้าก็ได้

..... เราเริ่มกันที่ซอย 1 ก่อนเลย วันนี้ผู้คนก็มากมายพอดู พอให้คึกคัก


...... ป้ายเลยค่ะ ป้าย ถ่ายป้ายกันก่อนเลย เท่ซะ แล้วพลันสายตาก็ประสบพบ ร้านกาแฟค่ะ ที่ใครมาถึงตลาดร้อยปีแล้ว ต้องมานั่งค่ะ ที่นี่เค้าคั่วกาแฟกันเองค่ะ และดูท่าจะเป็นสภากาแฟด้วยค่ะ ร้านขนมนมเนย อยู่ข้างร้านเพียบเลย นั่งจิบกาแฟไป ดูผู้คนไป ปล่อยอารมณ์ซักพัก สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยหล่ะ นั่งอยู่นานมาก อ้อ ชื่อร้านกาแฟท่าเรือส่ง ขอบอก เด็ดค่ะ


ที่ซอย 1 ก็จะมี ร้านกาแฟท่าเรือส่ง แล้วก็เดินเลยไปหน่อยก็จะเป็นร้าน หรั่งศรีโรจน์ อยู่ริมน้ำจ้ะ ที่มีก๋วยเตี๋ยวยำบก และ ข้าวห่อใบบัว แสนอร่อยจ้า (เราแวะไปที่ร้านกันตอนบ่ายอ่ะ)


......หลังจากคลายร้อนทั้งใจและกายแล้ว ก็เดินต่อเลยค่ะ เข้าสู่ซอยที่ 2 เลยจ้า เมื่อเลี้ยวโค้งเข้าซอย 2 ก็จะพบกับนี่เลย พิพิธภัณฑ์มีชีวา ฮ่า ฮ่า พิพิธภัณฑ์ขุนจำนงจีนารักษ์ ไง


(อาคารเก่าแก่ในชุมชนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวาเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่คนรุ่นหลัง ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนและท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนจ้ะ) ก็เข้าไปสัมผัสกันเลย มีมัคคุเทศก์น้อยคอยบอกเล่าเรื่องราวให้เราได้ทราบความเป็นมา ก็ดีค่ะ ตอนนี้ก็ต้องเดินตามน้อง ๆ ไปก่อน แล้วค่อยเก็บภาพกัน แวะดูโปสการ์ดกันที่หน้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อเขียนส่งให้ตัวเอง ฮ่า ฮ่า


..... ยังไม่หิวก็เดินกันต่อเลย นั่นที่ว่าการอำเภอสามชุก วันนี้โล่งเชียวแหล่ะ ธรรมดานะที่ตรงนี้จะใช้สำหรับ

ทำกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะมีคนเยอะมาก วันนี้จังหวะดี ไม่ไม่ใครเลย เข้าไปทำเท่ห์ดีกว่า

..... เริ่มหิวแล้วอ่ะ หาของกินดีกว่า เรายังอยู่กันในซอยที่ 2 นะ ตอนแรกว่าจะออกไปกินบะหมี่เจ๊กอ้าว ซึ่งลือกันนักหนาว่าอร่อยมาก แต่ก็เห็นข้าวหน้าเป็ด ติ่มซำ ร้านหัวฟูหยอง ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า แล้วร้านก็น่านั่ง หาอะไรลงท้องกันหน่อยดีกว่า ร้านนี้แหล่ะ อร่อยเหมือนกันแฮะ หม่ำซะพุงกางเลย เจ้าของร้านหัวฟูอย่างชื่อจริง ๆ แหล่ะ



.....พออิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ ลุยกันต่อ ก็ยังอยู่ที่ซอย 2 นะเนี่ย ขอบอก ซอย 2 เนี่ยคึกคักดี เดินไปอีกนิดก็เจอ บ้านโค้กค่ะ



ใคร love Coke ก็น่าจะอยู่ร้านนี้นานหน่อย บ้านโค้ก จะมี 2 ชั้น นะ ที่นี่ก็บริการส่ง postcard ให้ด้วยค่ะ เจ้าของร้านชื่อ พี่วิทย์ อัธยาศัยดีมาก ๆ ค่ะ ก็กรี๊ดกันไปพักใหญ่


..... ที่ติด ๆ กัน ก็โรงแรมค่ะ โรงแรมเก่าแก่ไม่ได้เปิดให้เข้าพักแล้ว มีที่นั่งคุย กินกาแฟ ชื่อว่า โรงแรมอุดมโชค


ข้างล่างก็พอได้ แต่ข้างบนนี่สิ โห สุดยอด ลงดีกว่า แหะ แหะ ที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะดีอ่ะ ได้รู้จักกับคุณครูสอนภาษาอังกฤษ ชาวอเมริกัน ชื่อคุณแรนดี้ นั่งส่งภาษากันยกใหญ่ พี่แกพูดไทยเก่งจังเลย อยู่แค่ 3 ปี เอง คุยกันซะนานเลย จบ ซอย 2 แย้วหล่ะ ไปต่อกันซอย 3 เลยเน้อ

..... ซอย 3 ก็นี่เลย ร้านขายยาฮกอันโอสถสถาน มีคุณป้าคอยเล่าเรื่องราวความเก่าแก่ และขายยาโบราณ


ซึ่งมีเยอะมาก และก็ยังมีคนซื้อใช้อยู่ (ของเค้าดีจิง ๆ ครั้งที่ 2 เราไปซื้อสบู่ถ่านผงมาใช้ สุดยอด มีหลายกลิ่นด้วยหล่ะ) คุณป้าเชิญชวนให้ถ่ายรูปได้ ก็เมามันส์กันเลย นั่งคุยกันอยู่ที่นี่นานเหมือนกันแหล่ะ แล้วก็ยังมีความหวังว่า เจ้าของร้านศิลป์ธรรมชาติจะกลับมาจากไปโบสถ์แล้ว แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะว่าเค้าไปงานศพต่อ ฮ่า ฮ่า คงต้องมาคราวหน้าจริง ๆ (แต่ขอบอกไปรอบ 2 ก็โดนงานศพอีกหล่ะ อิอิ )


แต่เจ้าของร้านใจดี จัดหน้าร้านซะกิ๊บเก๋ ก็แอ็คท่ากันหน้าร้านนั่นแหล่ะ

. ส่วนซอย 4 มีไรหล่ะ เอ่ ก็มีร้านหลากหลายสินค้าให้เลือกชม ก็น่าจะหมดแล้วหล่ะ

....... สุดท้ายเราก็ไปไหว้เจ้าที่ศาลเจ้า และก็เดินหาของกิน อ้อ เราไปนั่งเล่นที่ร้านหรั่งศรีโรจน์ที่ซอย 1 อ่ะ กินก๋วยเตี๋ยวยำบกและข้าวห่อใบบัว และคุยกะพี่เจ้าของร้านที่พอจะมีเวลามายืนคุยกะเรา เพราะบ่ายมากแล้ว คนก็น้อยลง ขายดีจริง ๆ เลย


เป็นทริป 1 วัน ที่ประทับใจมากค่ะ.........ถึงเวลากลับแย้ว............ บาย แล้วเจอกันทริปหน้านะจ๊ะ
edit @ 2007/06/27 17:02:29

2007/Jun/20

ศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2550

.......วันนี้เราต้องออกจากเกาะลันตากันแล้ว ขอบอกว่า แดดเปรี้ยงมาก ๆ ร้อนกันแบบผิวไหม้เลยอ่ะ โชคดีจริง ๆ ที่เราไปเที่ยวกันเมื่อวานแล้ว ถ้าวันนี้นะ รับรองได้เลยว่า หนุ่ม ๆ ต้องขี้เกียจแน่นอน มันร้อนระยิบเลยอ่ะ พวกเราทานอาหารเช้าและติดต่อรถกันเรียบร้อย นัดดิ้งให้มารับที่แพขนานยนต์ บ๊ายบายจ้ะ เกาะลันตาจ๋า เป็นที่ที่ประทับใจอีกที่นึง แล้วจะกลับมาตามหาประภาคารอีกนะ



.. บ๊าย บาย ลันตาพาวิลเลี่ยน ..


.......พี่ ขับรถเล่าให้ฟังว่า ช่วงหน้าเทศกาลนะ นักท่องเที่ยวเต็มเกาะ ที่พักเต็ม บนท้องถนนจะเต็มไปด้วยรถ ขนาดมอเตอร์ไซด์ยังวิ่งยากเลย ตรงแพขนานยนต์นะ รอกันเงกเลย แต่เห็นบอกว่าอีกไม่นานก็จะสร้างสะพานข้ามเกาะ ตอนนั้นก็คงสะดวกกว่านี้

.... พวกเรานะ แทบจะเป็นเจ้าของเกาะกันไปเลย ไปไหนมาไหนก็สะดวก แต่แบบว่าไปไม่ถึงอ่ะ (ประภาคาร) ก็ฝนตกไง ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างแหล่ะ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว อิอิ ... บ๊ายบายจ้า

....พอเจอดิ้ง ก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายแรกกันเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลา ....... ก็สระมรกตที่ฝันถึงไง น้ำใสๆ เขียวๆ ในป่าลึก ฮ่า ฮ่า ครึ้มอกครึ้มใจอีกแย้ว ไปโลด

....นั่งหลับๆ ตื่น ๆ ก็ถึงแล้วหล่ะ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวน้อยมาก ซื้อตั๋ว ตุนน้ำ พอเห็นน้ำตกข้างนอกนะ ก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันโลด เตรียมโดดน้ำเต็มที่เลย สอบถามเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินออกมา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคน confirm ว่า สวยม๊ากมาก ไม่ได้การแล้ว ต้องเข้าไปพิสูจน์

Unseen Thailand (ภาพผ่านการตกแต่งนะจ๊ะ)

.... สระมรกต จะมีสองเส้นทางให้เลือกเพื่อชื่นชมกับธรรมชาติ ก็ใกล้ไกลต่างกันไม่เท่าไร ทางเดินสะดวก หรือจะเข้าทางนึง ออกอีกทางนึงก็ได้ พวกเราเลือกที่จะเดิน 800 เมตร เพราะว่ามีเวลาน้อย และต้องการเห็นสระมรกตไวไว ว่าสวยสมคำร่ำลือหรือเปล่า

.........ว้าว..........กรี๊ดสลบอีกแย้ว ตื่น ๆๆๆ สุดยอดมาก ๆ สิ่งมหัศจรรย์อยู่ตรงหน้า ช่างสวยงามจริง ๆ เลย มันช่างมีความสุขจริง ๆ เลย ใครมาทีนี่แล้วยังไงซะก็อดใจไม่ไหวกับความเขียว ใส เย้ายวนใจจริงๆ เลย แหะ แหะ ว่าแล้วก็ลงน้ำกันดีกว่า เห็นน้อง ๆ เพลิดเพลินกันจำเริญใจ บ้างก็กระโดดน้ำกันดังตูม ๆ บ้างก็เล่น สไลเดอร์ เจ็บหลังกันบ้างก็มี ธรรมชาติช่างสร้างโลกให้สวยงามน่าอยู่ ต้องขอบคุณจริง ๆ ....... เสร็จแล้ว เราก็ไปต่อกันที่ น้ำตกร้อน ก็นั่งรถไปซักพักก็ถึง ลงไปแช่ตัวประมาณ 20 นาที แรก ๆ ก็ร้อนนะ พอแช่ซักพัก ก็อุ่นๆ สบาย ๆ ต้องผลัดให้คนอื่นได้แช่มั่ง เพราะว่าลงได้ประมาณ 10 คนเองมั้ง แบ่ง ๆ กันไป


.......ถึงเวลากลับบ้านแย้ว............โดยสายการบินแอร์เอเชีย จ้า ......................See youนะ


edit @ 2007/06/22 10:40:45


edit @ 2007/06/22 10:41:09

2007/Jun/19

....พุธที่ 9 พฤษภาคม 2550 ....

เราออกจากอุทยานแห่งชาติเจ้าไหมก็สายมากแล้ว เพื่อนหยอยมารับเหมือนเดิม แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซักหน่อย ซื้อเสื้อที่อุทยานและศูนย์อนุรักษ์ มา 2 ตัว ชอบจิง ๆ เลย มุ่งหน้าสู่เมืองตรัง เพื่อจะไปขึ้นรถตู้มุ่งหน้าสู่เกาะลันตา วันนี้ฟ้ามัวหน่อย ๆ มีฝนโปรยปรายผิดกับเมื่อวานมาก ๆ โชคดีจิง

ซื้อตั๋วรถตู้คนละ 180 บาท ส่งถึงรีสอร์ทโลด วันนี้เราจะไปพักกันที่ ลันตาพาวิลเลียน (เกาะลันตาใหญ่) หลังจากซื้อตั๋ว ฝากของแล้ว ก็เดินหาอะไรลงท้องกันหน่อย เดี๋ยวจะอารมณ์บูดกันซะก่อน เพื่อนหยอยแนะนำให้ไปกินร้านที่คนเมืองตรังไปกินประจำ ชื่อร้านอะไรก็จำไม่ได้แย้ว แต่ขอบอกว่า อาหารอร่อยมาก มีให้เลือกตั้งหลายอย่าง อู้ยถูกใจอย่าบอกใคร น่าจะเป็นร้านเก่าแก่ของที่นี่



...ร้านนี้อร่อยมาก ๆ นะจะบอกให้ ขอโทษนะจำชื่อร้านไม่ได้อ่ะ...

....หลังจากอิ่มหนำสำราญ ก็ขึ้นไปหลับ ๆ ตื่น ๆ กันบนรถ ขอบอกอีกเหมือนกันว่า ฝนตกหนักมาก ตลอดทางเลยอ่ะ 555 สะใจ ก็ได้แต่หวังอีกเหมือนกันว่าถึงเกาะแล้วฝนจะหยุด ตอนนี้หน้าตาเริ่มเป็นกังวลอีกแย้วอ่ะ ประมาณเกือบ 2ชั่วโมง ก็ถึงแพขนานยนต์ เราต้องข้าม 2 ทอดอ่ะ พอถึง ฝนก็ซา เราก็ลงมาถ่ายรูปกันเลย คนเรามันมีอารมณ์จิง ๆ ขนาดบรรยากาศแบบนี้นะ 5..555



.... ไกลนะเนี่ย แต่ใจไปถึงแล้ว อู้ย.....

...ดีจัง รถตู้จอดที่ รีสอร์ทเลย สบาย แต่กว่าจะถึงที่พักก็เย็นแล้ว ต่างคนแยกย้ายเข้าห้อง พักผ่อน แต่ สาวๆ ก็มิวายไปถ่ายรูปอีกจนได้ 55 จนฝนไล่ค่อยเข้าที่พัก ทำไงได้ก็คนมันชอบนี่ แล้วก็รอจนกว่าฝนจะหยุดก็ปาเข้าไปสามทุ่มแล้ว หิวไง ก็เลยออกมาหาอะไรกิน ใกล้ๆที่พัก ฝนก็ยังไม่หยุดดีหรอก ไฟก็ดับ ฝนก็ตก จะทำไรดีอ่ะ555 เสร็จก็แยกย้ายเข้านอน ลุ้นว่าพรุ่งนี้ฟ้าจะเปิดให้เราหรือเปล่า ขอบอก ที่เกาะลันตา ไฟดับเป็นว่าเล่นเลย เฮ้อ ...

เช้าวันที่ 10 พฤษภาคม 2550.......วันฟ้ามัวแต่เช้าเลย
ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืน เช้ายังไม่หยุด แถมไฟยังดับอีก กลุ้มเลยที่นี้ ต้องรอจนเที่ยงอ่ะ กว่าฝนจะหยุด พอเห็นฟ้าป็นสีฟ้า ก็ตาลีตาเหลือกหาเช่ารถ มอไซต์ ออกร่อนกันเลย อิอิ เดี่ยวอดเที่ยว แต่มิวายก็เจอฝนก็หาที่หลบกันไป ฝนหยุดก็ไปต่อ แต่ก็ดีไปอย่าง ไม่ร้อน 555 อืม ประเด็น อยากไปตามหาประภาคาร ที่อุทยานม๊ากมาก พอดีเจอร้านน่ารัก ๆ ก็เลยแวะพักผ่อนแล้วกินข้าวกลางวันกันซะเลย



... ร้านน่ารักข้างทาง นั่งซะเพลินเลยหล่ะ..

เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ร่อนกันโลด เป้าหมายแรก บ้านสังกาอู้ เป็นหมู่บ้านอยู่ปลายสุดของเกาะที่โดนสึนามิเต็ม ๆ จริง ๆแล้ว เราต้องการไปเมืองเก่า (old town) แต่คนพื้นเมืองแนะนำมาเราก็ไป ตามที่บอก โดยเข้าใจว่าเป็นเมืองเก่าที่เราจะไป แต่พอไปถึงแล้ว มันม่ายช่ายอ่ะ ไปตั้งไกลแหน่ะ แต่ระหว่างทางก็มีจุดให้ชมวิวนะ ทะเลตอนฝนตกก็สวยดีเหมือนกันแหล่ะ ถ้าไปตอนไม่อกหักนะ อิอิ ...



...เที่ยวแบบละไม ๆ แหะ แหะ...

....เอาหล่ะ หลังจากผิดหวังคิดว่าจะไม่เจอเมืองเก่าแล้ว เราก็ออกจากหมู่บ้านสังกาอู้ (ที่นี่ก็จะมีการสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่โดนสึนามิด้วย บ้านก็สวยดีค่ะ) ก็วิ่งกลับทางเดิม เพื่อจะไปตามหาเป้าหมายที่สอง คือ ประภาคาร แหะ แหะ พอขับมาได้ซักพัก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น ป้ายค่ะป้าย ป้าย old town โห เล็กม๊าก มาก เลี้ยวเลยค่ะ เลี้ยวว อย่าได้เลยผ่าน จริงๆแล้วตอนขาไป ก็เห็นป้ายแล้วนะ แล้วก็เห็นประภาคาร (คนละประภาคารที่ตามหา) แต่ก็ไม่เลี้ยวเข้าไป จะบ้าตาย

.... พอเข้าไปก็กรี๊ดเลยค่ะ นี่แหล่ะที่เราฝันจะมาพบ คนไม่ชอบไม่รู้หรอก แค่บ้านเก่า ๆ เมืองเก่า ๆ อู้ย สุดยอด บ้าอยู่คนเดียว ฮ่า ฮ่า

....หลังจากเพลิดเพลิน ไหว้สมเด็จเตี่ย แล้ว ก็ออกตามหาประภาคารต่อจ้า (ยังมีความหวังจะได้เจอ เวลาก็หมดลงไปทุกที) จากนี้เราก็แวะชมวิวตามร้านอาหาร ขออนุญาตเค้าก่อนนะ ก่อนเข้าไปอ่ะ ทะเลช่างสวยงามจริง ๆ

..... เอาหล่ะ ตามหาประภาคารกันต่อ คนขับก็ขับไป คนนั่งก็นั่งเพลินไป แหะ แหะ ถ้าไม่ได้น้องเข้ว ก็คงไม่ได้เห็นอะไรสวยงามแบบนี้

บทสรุป เราไม่เจอประภาคารกันอ่ะ ทำไมหน่ะเหรอ อยากจะร้องไห้จริง ๆ เลย อีกแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ก็ไปไม่ถึงด้วยฝนมันตกไง ทางเป็นลูกรัง เละเลย ลื่นด้วย ต้องถอย มันอันตรายเกินไป ไม่เสี่ยงเดี๋ยวไม่มีชีวิต ไปเที่ยวต่อ 5555 แต่ก็ขับไปเรื่อยแวะถ่ายรูปไปเรื่อยนะ จบอิ อิไว้คราวหน้านะจ๊ะประภาคารจ๋า



...ไม่ไปไม่รู้ จิง จิงนะ สุขแบบชิลล์ ชิลล์ ....